เทรนด์ระบบคลาวด์ในปี 2024 ที่ทุกองค์กรควรรู้

ในปี 2024 ระบบการประมวลผลบนระบบคลาวด์ (Cloud Computing) จะเติบโตและก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อให้เหมาะต่อการนำไปปรับใช้ในแพลตฟอร์มและการบริการใหม่ ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งหากผู้ประกอบการต้องการที่จะก้าวขานำคู่แข่ง ยิ่งต้องปรับตัวให้ทัน และคว้าโอกาสในการใช้เทคโนโลยีระบบคลาวด์ก่อนใคร เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคง  เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมรับกับเทคโนโลยีระบบคลาวด์ใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2024 เรามีเทรนด์ Cloud Computing มาอัปเดตให้ได้รู้กัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการนำ AI เข้ามาใช้ควบคู่ไปกับระบบคลาวด์ รวมถึงการพัฒนาระบบให้ทำงานได้แบบอัตโนมัติ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ แต่นอกเหนือจากนี้แล้ว จะมีเทรนด์ใดอีกบ้างที่น่าสนใจ ติดตามกันได้เลย ย่อลิงค์ 

1. Continued Investment in Data


หากพูดถึงเรื่อง ข้อมูล หรือ Data  คงต้องบอกว่าในปี 2024 ยังมีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนธุรกิจทุกประเภท ซึ่งในการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ก็ย่อมต้องอาศัยระบบคลาวด์ช่วยจัดเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบและมีความปลอดภัยสูงสุด

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อระบบคลาวด์ถูกนำไปใช้ในการจัดเก็บข้อมูล ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลในหลาย ๆ ธุรกิจ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ข้อมูลมีความกระจัดกระจาย ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลได้สูงสุด ผู้ให้บริการระบบคลาวด์จึงได้มีการพัฒนาและลงทุนเกี่ยวกับระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปลี่ยนโมเดลที่ใช้ในการประมวลผลแบบดั้งเดิม คือ CPUs (Central Processing Unit) เป็น GPUs (Graphics Processing Unit) ซึ่งจะช่วยให้การประมวลผลมีความรวดเร็วและมีความคล่องตัวมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว โดยเฉพาะกับแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่มีภาพกราฟิกและมีความละเอียดสูง ซึ่งการพัฒนาระบบให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นเช่นนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดกับธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบได้มากยิ่งขึ้น

  2. Better AI/ML


อีกหนึ่งเทรนด์ที่ต้องพูดถึงก็คือ เทคโนโลยี AI/ML ที่ในปี 2024 จะถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น AWS (Amazon Web Services) ได้ลงทุนพัฒนาด้านเทคโนโลยี AI/ML ให้สามารถนำไปบูรณาการและทำงานร่วมกับเครื่องมือใหม่ ๆ ของเหล่านักพัฒนาอย่าง AWS DeepLens ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึง GCP (Google Cloud Platform) ก็มีการลงทุนเพื่อพัฒนา AI/ML ให้สามารถใช้งานร่วมกับ Google Lens ด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นการพัฒนากล้องที่ใช้ตรวจหาสิ่งต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้สามารถใช้ในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่ Google จะนำ AI/ML มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มากขึ้นอีกด้วย 

นอกจากนี้ สำหรับนักพัฒนาแล้ว AI/ML ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการเขียนโค้ดคำสั่ง โดยจะมี AI TRiSM ซึ่งเป็นโมเดลช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงของเทคโนโลยี AI/ML ที่มีความน่าเชื่อถือและป้องกันข้อผิดพลาด โดยโมเดลนี้ได้ถูกนำเสนอครั้งแรกโดย Gartner Inc. เพื่อใช้รับมือกับการเติบโตของ AI ที่มีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการนำโมเดลนี้เข้ามาใช้งาน ยังจะมอบความปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นด้วย 

3. Serverless Computing


เราอยู่ในยุคที่หลาย ๆ ธุรกิจเลือกที่จะปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับกับการเติบโตของธุรกิจ นั่นทำให้ในปี 2024 การพัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นจึงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ต้องจับตา ซึ่งหนึ่งในรูปแบบบริการที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเว็บไซต์ก็คือระบบคลาวด์ เพราะมาพร้อมกับฟังก์ชันในการพัฒนาที่หลากหลาย อีกทั้งยังได้มีการพัฒนาการประมวลผลแบบไร้เซิร์ฟเวอร์ (Serverless) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบที่เรียกว่า Function as a Service (FaaS) ซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนาไม่จำเป็นต้องจัดการกับเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป และสามารถทุ่มเทเวลาไปกับการเขียนโค้ดและปรับใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการขยายขนาดของเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน อีกทั้งบริการเหล่านี้ ยังสามารถใช้บริการได้แบบจ่ายตามการใช้งาน จึงช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจ สามารถควบคุมต้นทุนของตนเองได้ 

4. Edge Computing


Edge Computing เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อการประมวลผลข้อมูล โดยจะเป็นการประมวลผลในตำแหน่งที่ใกล้จุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด ทำให้ช่วยลดเวลาการในการส่งข้อมูล เพื่อให้ได้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานระบบคลาวด์มากยิ่งขึ้น

5. Multi and Hybrid Cloud Solutions


เทรนด์ต่อมาคือการเลือกใช้งานผู้ให้บริการระบบคลาวด์มากกว่าหนึ่งราย เพื่อเป็นการกระจายปริมาณงาน และหลีกเลี่ยงปัญหาการ Lock-in ของผู้ให้บริการ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของผู้ให้บริการคลาวด์แต่ละรายได้อย่างเต็มที่ เพื่อการจัดการข้อมูลหรือพัฒนาแอปพลิเคชันของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้ผู้ให้บริการอย่าง Cloud HM ที่สามารถรับดำเนินการเกี่ยวกับ Multi Cloud ตั้งแต่ให้คำปรึกษา วางแผน ออกแบบ และติดตั้ง โดยทีมงานผู้มีความเชี่ยวชาญที่พร้อมให้การดูแลทั้งด้านระบบอัตโนมัติ การเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อให้องค์กรได้นำเวลาไปมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจหลักได้มากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ การเลือกใช้บริการ Multi Cloud กับ Cloud HM ยังจะช่วยให้องค์กรหมดกังวลกับการพัฒนาบุคลากรให้สามารถใช้งานระบบคลาวด์ที่มีความซับซ้อน เพราะจะมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้การช่วยเหลือ รวมไปถึงยังมีบริการจัดการด้าน IT เพื่อให้การทำงานขององค์กรมีประสิทธิภาพ เพื่อการก้าวไปสู่ความสำเร็จ และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *